
ลีรอย ซาเน่ กลายเป็นฮีโร่ให้ทัพ "เรือใบ" ในเกมนี้หลังเหมาคนเดียวสองประตูก่อนบุกไปเฉือนชัยเหนือ เวสต์บรอมวิช 2-1 เช่นเดียวกับ "ทอฟฟี่" เอฟเวอร์ตัน ที่ปลดล็อกคว้าชัยได้เสียทีหลังไล่ยิง "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ จากแชมเปี้ยนชิพ 3-0 ทะลุเข้าไปเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้าย หรือรอบ 4 ศึกคาราบาว คัพ เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา
ฟุตบอล คาราบาว คัพ รอบ 3
วันพุธที่ 20 กันยายน 2560
เวสต์บรอมวิช (พรีเมียร์ลีก) 1 - แมนฯซิตี้ 2 (พรีเมียร์ลีก)
สนาม: เดอะ ฮอว์ธอร์นส์, (เวสต์บรอมวิช)
x
"แบ็กกี้ส์" เวสต์บรอมวิชฯ เข้ารอบนี้ หลังถล่มแอ็คคริงตัน 3-1 ในรอบที่แล้ว ก่อนเสมอเวสต์แฮม 0-0 ในเกมลีกล่าสุด ทำให้ไม่ชนะมา 3 เกมแล้ว
เกมนี้ต้องขาด โอลิเวอร์ เบิร์ค ที่เจ็บเอ็นหลังหัวเข่า และ นาเซอร์ ชาดลี่ ที่เจ็บต้นขา โดยแดนกลางวาง เคลาดิโอ ยาค็อบ, เจมส์ มอร์ริสัน และ เกรกอร์ซ ครีโชเวียค ลงทำเกมสนับสนุนคู่หน้าทั้ง เจย์ โรดรีเกซ กับ ฮัล ร็อบสัน-คานู เข้าถล่มตาข่าย
ทางด้าน "เรือใบสีฟ้า" แมนฯซิตี้ พาทีมถล่มวัตฟอร์ด 6-0 ในเกมลีกล่าสุด เป็นการคว้าชัย 4 นัดติดรวมทุกรายการ
นัดนี้ แมนฯซิตี้ ไม่มี แว็งซ็องต์ ก็องปานี กองหลังกัปตันทีมที่ไม่หายเจ็บน่อง โดยเกมนี้ให้ เคลาดิโอ บราโว นายทวารมือสองลงเฝ้าเสา พร้อมให้โอกาสบรรดาแข้งสำรองอย่าง ดานีโล่, เอเลียควิม ม็องกาล่า, อิลคาย กุนโดกัน, แบร์นาร์โด้ ซิลวา และ ลีรอย ซาเน่ ได้เล่นเป็นตัวจริง
เปิดเกมครึ่งแรกมาได้เพียงแค่ 3 นาที แมนฯซิตี้ ชิงขึ้นนำก่อน 1-0 อย่างรวดเร็ว เมื่อ ลีรอย ซาเน่ สับด้วยซ้ายจากกลางกรอบเขตโทษบอลเสียบมุมขวาบนเข้าไป
ผ่านมา 19 นาที ทีมเยือนได้ลุ้นอีก เอเลียควิม ม็องกาล่า ปราการหลังขึ้นโหม่งในกรอบเขตโทษ แต่ติดเซฟของ เบน ฟอสเตอร์ นายทวารเวสต์บรอมวิช
เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 35 เจ้าถิ่นตั้งหลักได้บ้างแล้ว มีโอกาสจากจังหวะที เจย์ โรดรีเกซ โหม่งในกรอบเขตโทษ ไม่ผ่านการป้องกันของ เคลาดิโอ บราโว นายทวารของแมนฯซิตี้
ช่วงทดเจ็บครึ่งแรกนาทีที่ 45+1 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ปีกตัวเก่งของเรือใบสีฟ้า ซัดด้วยขวาในกรอบเขตโทษด้านซ้าย แต่ เบน ฟอสเตอร์ นายทวารเวสต์บรอมวิช ปัดออกหลังไปได้ หมดครึ่งแรก แมนฯซิตี้ บุกมานำก่อน 1-0
กลับมาบู๊กันต่อในครึ่งเวลาหลัง นาทีที่ 59 เรือใบสีฟ้า ต้องถอด อิลคาย กุนโดกัน ที่มีอาการบาดเจ็บออกมาพักแล้วส่ง ไคล์ วอล์คเกอร์ ลงเล่นแทน
สองนาทีต่อมา แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นอีก ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ยิงด้วยขวาในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายติดเซฟของ เบน ฟอสเตอร์
เจ้าบ้านพยายามดันเกมรูกสู้ เจมส์ มอร์ริสัน ตะบันด้วยขวาในกรอบเขตโทษด้านซ้ายระยะแค่ 6 หลา บอลหลุดเสาสองไปในนาทีที่ 69
ถัดมาสามนาที "เดอะ แบ็กกี้ส์" มาไล่ตีเสมอ 1-1 จนได้จากจังหวะที่ คีแรน กิ๊บบ์ส โยนให้กับ เคลาดิโอ ยาค็อบ มิดฟิลด์ตัวรับวัย 30 ปี ชาวอาร์เจนไตน์ หวดด้วยซ้ายจ่อๆเข้ากลางประตูไป
กระเถิบมานาทีที่ 77 เรือใบสีฟ้า มาได้ประตูขึ้นนำ 2-1 เมื่อ แบร์นาร์โด ซิลวา จ่ายให้กับ ลีรอย ซาเน่ สับไกยิงด้วยซ้ายจากกลางกรอบเขตโทษบอลเสียบมุมซ้ายบนเข้าไป และเป็นประตูที่สองของซาเน่ ในเกมนี้ด้วย
เวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้อีก จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาชนะ 2-1 ตบเท้าเข้าสู่รอบ 4 หรือรอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป
รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
เวสต์บรอมวิช: เบน ฟอสเตอร์ - อัลล็อง นีย็อม, เคร็ก ดอว์สัน, จอนนี่ อีแวนส์, แกเร็ธ แม็คออลี่ย์ (แม็ตต์ ฟิลลิปส์ น.62), คีแรน กิ๊บบ์ส - เคลาดิโอ ยาค็อบ (เจมส์ แม็คคลีน น.80), เจมส์ มอร์ริสัน, เกรกอร์ซ ครีโชเวียค - เจย์ โรดรีเกซ (โซโลม่อน รอนดอน น.67), ฮัล ร็อบสัน-คานู
สำรองไม่ได้ใช้: โบอาซ มายฮิลล์ (ผู้รักษาประตู) - อาห์เหม็ด เฮกาซี่, แซม ฟิลด์, แกเร็ธ แบร์รี่
แมนฯ ซิตี้: เคลาดิโอ บราโว - ดานีโล่, จอห์น สโตนส์, เอเลียควิม ม็องกาล่า, ฟาเบียน เดลฟ์ - ยาย่า ตูเร่, อิลคาย กุนโดกัน (ไคล์ วอล์คเกอร์ น.59) - ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, ลีรอย ซาเน่ (แฟร์นานดินโญ่ น.79) - กาเบรียล เชซุส
สำรอง: เอแดร์ซอน (ผู้รักษาประตู) - โตซิน อดาราบิโอโย, โอเล็คซานเดอร์ ซินเชนโก้, ฟิล โฟเด้น, บราฮิม ดิอ๊าซ
ผู้ตัดสิน: ไมค์ โจนส์
เอฟเวอร์ตัน (พรีเมียร์ลีก) 3 - ซันเดอร์แลนด์ (แชมเปี้ยนชิพ) 0
สนาม : กูดิสัน พาร์ค
เอฟเวอร์ตัน ทีมที่ไม่ชนะ 6 เกมซ้อนและแพ้ 4 นัดติดต่อกันชนิดที่ยิงไม่ได้สักประตูเดียว เปิดกูดิสัน พาร์ค พบ ซันเดอร์แลนด์ ทีมท้ายตารางลีกแชมเปี้ยนชิพ ในฟุตบอลถ้วย ลีก คัพ อังกฤษ รอบสาม
โรนัลด์ คูมัน กุนซือชาวดัตช์ของ ทอฟฟี่สีน้ำเงินการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นหลายตำแหน่ง เปิดโอกาสให้สำรองและคนที่ไม่ได้เล่นในเกมล่าสุดได้ลงโชว์ฝีเท้าบ้างอย่าง มาร์เตน สเตเคเลนเบิร์ก, ดาวี่ คลาสเซ่น, มูฮาเหม็ด เบซิช และ เมสัน โฮลเกต ส่วน เวย์น รูนี่ย์ ได้พักหลังเพิ่งผ่านคดีการตัดสินบทลงโทษเมาแล้วขับมาหมาดๆ
ส่วน ไซม่อน เกรย์สัน กุนซือซันเดอร์แลนด์นำทีมชนะเกมเดียวในการเล่น 8 นัดหลังสุดในลีกส่ง แจ็ค ร็อดเวลล์, ดาร์รอน กิ๊บสัน สองนักเตะเก่าเอฟเวอร์ตัน ลงสนาม
เกมครึ่งแรก เจ้าถิ่นเป็นฝ่ายบุกมากกว่า นาที 21 ซานโดร รามิเรซ กองหน้าซัดเท้าขวาในกรอบเขตโทษ บอลเหินข้ามคาน
จากนั้น รามิเรซ ยิงไกลสองครั้งนาที 25, 30 แต่ไปตรงตัว เจสัน สตีล นายทวารซันเดอร์แลนด์
และแล้วนาที 38 เอฟเวอร์ตัน ได้ประตูนำ 1-0 นิโกล่า วลาซิช ทำชิ่งกับ ดาวี่ คลาสเซ่น ก่อนบอลมาถึง โดมินิก คัลเวิร์ต-เลวิน ยิงเท้าขวาในกรอบเขตโทษตุงตาข่าย
จบครึ่งแรก เอฟเวอร์ตัน นำ 1-0
ในครึ่งหลัง เอฟเวอร์ตัน นำห่าง 2-0 รามิเรซ ทำทางให้ โดมินิก คัลเวิร์ต-เลวิน กองหน้าวัย 20 ปี หวดด้วยซ้ายระยะเผาขนเข้าประตู นาที 51 นับเป็นลูกที่สองของเขาในนัดนี้
แปดนาทีต่อมา คัลเวิร์ต-เลวิน เกือบทำแฮท-ทริค เมื่อเขาโขกหน้าประตู บอลพุ่งชนเสาขวาอย่างจัง
ขณะที่ซันเดอร์แลนด์ มีลุ้นจากลูกโหม่ง 6 หลาของ เจมส์ วอห์น ทว่าบอลเข้าข้างตาข่ายนาที 69
และนาที 76 วอห์น ได้โขกหน้าประตู ก็หลุดกรอบออกไปอย่างน่า
ท้ายเกม นาที 83 เจ้าถิ่นได้ประตูปิดท้ายนำห่าง 3-0 ทอม เดวิส มิดฟิลด์เปิดแม่นยำไปที่ อูมาร์ แนสส์ หัวหอกตัวสำรอง ซัลโวเท้าขวาในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายเรียบร้อย
จบเกม เอฟเวอร์ตัน ต้อน ซันเดอร์แลนด์ ขาดลอย 3-0 นับเป็นชัยชนะนัดแรกของ ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน ในรอบ 7 เกมหลังสุด
รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
เอฟเวอร์ตัน : มาร์เตน สเตเคเลนเบิร์ก - จอนโจ เคนนี่, ไมเคิล คีน, แอชลี่ย์ วิลเลียมส์, เมสัน โฮลเกท - ทอม เดวิส, มูฮาเหม็ด เบซิช, ดาวี่ คลาสเซ่น - โดมินิก คัลเวิร์ต-เลวิน, ซานโดร รามิเรซ, นิโกล่า วลาซิช
ซันเดอร์แลนด์ : เจสัน สตีล - บิลลี่ โจนส์, โดนัลด์ เลิฟ, ลามิเน่ โกเน่, อดัม แม็ทธิวส์ - ดาร์รอน กิ๊บสัน, แจ็ค ร็อดเวลล์, ดิดิเย่ร์ เอ็นดงช์, จอร์จ ฮันนี่แมน - เจมส์ วอห์น, ลิย์นเดน กูช
ผู้ตัดสิน : โอลิเวอร์ แล็งฟอร์ด