
คัลดูน อัล มูบารัค ประธาน แมนฯ ซิตี้ ออกโรงตอกกลับ ฆาเบียร์ เตบาส บิ๊กบอส ลา ลีกา แบบรุนแรง หลังจากโดนอีกฝ่ายกล่าวหาว่า "เรือใบสีฟ้า" ทำลายวงการลูกหนังจากการใช้เงินมากมายก่ายกอง
คัลดูน อัล มูบารัค ประธาน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตอบโต้ ฆาเบียร์ เตบาส ประธานศึก ลา ลีกา สเปน แบบดุเดือด
แมนฯ ซิตี้ กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก หลังจากโดนตั้งข้อสงสัยว่าละเมิดกฎควบคุมทางการเงิน (ไฟแนนเชี่ยล แฟร์ เพลย์) จนอาจจะทำให้ถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งรายการของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) อย่างเช่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นต้น ซึ่งก่อนหน้านี้ เตบาส ก็ออกมาตำหนิ "เรือใบสีฟ้า" ว่าทำลายวงการลูกหนังด้วยการขยันซื้อนักเตะในราคาสูงอยู่เรื่อยๆ จนดูแล้วเหมือนใช้เงินมากเกินไป พร้อมกับทำให้ฟุตบอลกลายเป็นของเล่นไปแล้ว
อัล มูบารัค เผยว่า "เขาบอกว่าเราทำให้ตลาดมันปั่นป่วนอย่างงั้นเหรอ ? ตลกดีนะที่คำพูดนั้นน่ะมันเป็นคำพูดที่เต็มไปด้วยความเสแสร้งเหมือนพวกมือถือสากปากถือศีล ข้อแรกเลย คุณลองดูลีกสเปนสิ พวกเขาทำลายสถิติโลกในการซื้อนักเตะครั้งแล้วครั้งเล่า ที่ผมต้องการสื่อก็ถือใครกันที่เป็นคนเริ่มแนวทางนี้ ? ลองย้อนดูนักเตะที่มีค่าตัวสูงเป็นสถิติโลกในอดีตดูสิ คนที่เคยอยู่ในข่ายนั้นมีทั้ง (หลุยส์) ฟิโก้ และ (ซีเนดีน) ซีดาน การย้ายทีมด้วยค่าตัวสูงขนาดนี้มันเกิดขึ้นที่ลีกไหนกันแน่ ?"
"คุณลองย้อนดูประวัติศาสตร์ของ ลา ลีกา เอาเองแล้วกัน พวกเขาเป็นลีกที่มีแค่ 2 ทีมที่ครองความยิ่งใหญ่ในลีก มิสเตอร์ เตบาส ควรจะลองกลับไปดูประวัติศาสตร์ของลีกตัวเอง และความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นดีกว่า แล้วจากนั้นก็ค่อยไปดูเรื่องการย้ายทีมต่ออีกที"
"ในชาร์ตนักเตะค่าตัวสูงที่สุดในโลก 10 อันดับแรกน่ะ มันไม่มีนักเตะของ แมนฯ ซิตี้ อยู่ในนั้นแม้แต่คนเดียว ไม่มีเลย ผมไม่ได้ซีเรียสกับเรื่องนั้น และผมก็ขอร้องให้แฟนๆ ของเราคิดแบบสมเหตุสมผล (เกี่ยวกับการซื้อนักเตะ) อยู่เสมอ เราต้องมองถึงข้อเท็จจริงอยู่เสมอ"
"ผมไม่คิดว่าคนที่สง่างามระดับถือแก้วไวน์ดื่มควรจะทำเรื่องต่ำช้าแบบการขว้างหินใส่ชาวบ้าน ผมยินดีที่จะพูดกับทุกคนตราบใดที่มันเป็นการพูดเกี่ยวกับข้อเท็จจริง แต่ผมไม่มีเวลาว่างมากพอที่จะมาพูดแบบประชดประชัน หรือพูดเฉพาะเรื่องทฤษฎีหรอก"
"ผมไม่คิดว่านี่เป็นการพูดจาว่าร้ายใส่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพียงแค่ทีมเดียว แต่เป็นการพูดจาว่าร้ายถึง พรีเมียร์ลีก ด้วย ซึ่งมันเป็นอย่างนั้นมาพักใหญ่แล้ว เราต้องห้ามลืมเด็ดขาดว่านี่คือลีกที่ดีที่สุดของโลก"
ผู้บริหารระดับสูงของ แมนฯ ซิตี้ เสริมว่าใครก็ตามที่พยายามจะบอกว่า แมนฯ ซิตี้ ทำผิดกฎนั้น ส่วนใหญ่แล้วทำไปก็เพราะอิจฉาความสำเร็จของพวกตน "ผมรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ (กับการที่ แมนฯ ซิตี้ อาจโดนสั่งห้ามลงเล่นรายการของ ยูฟ่า) หรือเปล่าน่ะเหรอ ? ไม่เลย ผมเคารพองค์กรด้านกฎที่ทำงานของพวกเขา และกระบวนการต่างๆ ที่เคลียร์ความกังขาได้ เราก็แค่ต้องตอบสนองในรูปแบบที่เป็นมืออาชีพ ซึ่งเราก็ทำอย่างนั้นไปแล้ว เรากำลังรับมือกับเรื่องเหล่านี้ไปแบบทีละขั้น เราต้องเคลียร์ความกังขาให้ได้ ซึ่งผมเชื่อว่าถ้ากระบวนการมันถูกตัดสินตามข้อเท็จจริงแล้วล่ะก็ เราก็จะเป็นฝ่ายชนะคดีแน่"
"เมื่อมีใครประสบความสำเร็จอย่างมากมันก็ต้องเกิดความอิจฉาหรือความริษยาขึ้นตามไปด้วยเป็นธรรมดา นั่นเป็นส่วนหนึ่งของวงการนี้ อย่างตอน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ครองความยิ่งใหญ่ใน พรีเมียร์ลีก ได้เป็นเวลานานน่ะ พวกเขาก็รู้ดีว่าพวกเขาต้องรับมือกับความอิจฉาของทีมอื่นเป็นเวลาหลายปี นั่นเป็นส่วนหนึ่งของวงการนี้"