
ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตปราการหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกปากยกย่อง เซร์คิโอ อเกวโร่ จอมถล่มประตูของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ว่าเป็นหนึ่งในแข้งที่ดีที่สุดตลอดกาลของพรีเมียร์ลีก
แข้งอาร์เจนไตน์จะลาทีมในฐานะดาวยิงสูงสุดสโมสร โดยยิงให้ "เรือใบสีฟ้า" ไปถึง 257 ประตูจาก 384 เกมตลอดทศวรรษที่ผ่านมา
กระนั้น ประตูของ "กุน" ที่ชัดเจนในความทรงจำของแฟนบอลส่วนใหญ่ คงหนีไม่พ้นลูกที่เขายิงใส่ ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส ในนาทีสุดท้ายของฤดูกาล 2011-12 ที่ช่วยให้พวกเขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกมาครองได้สำเร็จ
"ปีศาจแดง" เริ่มฉลองแชมป์กันแล้วหลังชนะ ซันเดอร์แลนด์ กับเกมสุดท้ายของฤดูกาล ในขณะที่ ซิตี้ ยังตามหลัง QPR อยู่ 1-2 แต่กลายเป็น เอดิน เซโก้ และ อเกวโร่ ที่ช่วยกันซัดช่วงทดเวลาบาดเจ็บ และแย่งแชมป์มาจากคู่แข่งร่วมเมืองแบบสุดแสบ
เฟอร์ดินานด์ ได้กล่าวถึงดาวยิงร่างเล็ก ในโอกาสที่อดีตคู่แข่งกำลังจะลาทีม โดยเผยว่าแม้ประตูดังกล่าวจะยังคงตามหลอกหลอนเขาถึงทุกวันนี้ แต่เขาไม่มีสิ่งใดนอกจากความเคารพ ต่อกองหน้าที่ดีที่สุดคนหนึ่งของพรีเมียร์ลีก
เฟอร์ดินานด์ ได้โพสต์ อินสตาแกรม โดยเขียนบรรยายว่า "อเกวโร่~~~! ชื่อนั้น, ประตูนั้น และนาทีนั้น มันยังคงสะกิดใจผมอยู่เสมอโดยไม่ทันตั้งตัว ดั่งสายฟ้าที่จู่ๆก็ฟาดลงมา"
"คู่แข่งใกล้ชิดที่สุดของเรา ซึ่งอยู่กันเพียงคนละมุมเมือง แย่งแชมป์ไปจากมือเรา มันทั้งสับสน, กระวนกระวาย และสิ้นหวัง... ทั้งซีซั่นถูกทำลายลงโดยช่วงไม่กี่วินาทีสุดท้ายของเกมสุดท้าย"
"(แต่) สิ่งที่ผมจะบอกก็คือ แม้ผมจะเกลียดผลที่เกิดขึ้นแค่ไหน แต่ผมไม่เคยเกลียดหรือไม่ชอบ เซร์คิโอ กับวินาทีของเขา อย่างที่ผมเคยคิดว่าควรจะเกลียด"
"ผมว่าส่วนสำคัญเป็นเพราะเขาถ่อมตัวและเป็นคนสบายๆ แต่เช่นเดียวกัน,หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ, คือความเคารพต่อเขาในฐานะนักฟุตบอลคนหนึ่ง เขาเป็นกองหน้าที่ประกบยากที่สุดคนนึงที่ผมเคยเจอ"
"เขาพุ่งไปทันทีที่ได้บอล ในฐานะกองหลัง เขามักจะได้เปรียบคุณเสมอ และคุณต้องมีสมาธิอย่างเต็มที่ เพื่อให้มั่นใจว่าเขาอยู่ตรงไหนตลอดเวลา"
"วางความเป็นคู่แข่งลงสักแปบนึง เซร์คิโอ อเกวโร่ เป็นหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดตลอดกาลของพรีเมียร์ลีกอย่างไม่ต้องสงสัย แม้เขาแย่งแชมป์ไปจากมือเรา แต่คุณต้องเคารพคนที่คู่ควร! โชคดีกับอนาคต"
ประตูของ อเกวโร่ จากเกมกับ QPR เป็นหนึ่งในวินาทีประวัติศาสตร์สโมสร และกองหน้ารายนี้ก็มีส่วนสำคัญในการบุกเบิกความยิ่งใหญ่ของ ซิตี้
แข้งวัย 32 คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัย, เอฟเอคัพ 1 สมัย และลีกคัพอีก 5 สมัย ในช่วงทศวรรรษในถิ่นเอติฮัด