ราชันโกงตาย! โรดรีโก้แสบ-เบนซ์ซัดชัยหักอกแมนซิตี้ ลิ่วชิงฯลิเวอร์พูล
5 พฤษภาคม 2565 เปิดอ่าน 24 ครั้ง



เรือใบฝันสลาย! โรดรีโก้ ซูเปอร์ซับซัดสองเม็ดช่วงทดเจ็บพา เรอัล มาดริด โกงความตายเฉือนชนะในเวลาปกติ 2-1 (สกอร์รวม 5-5) ก่อนในช่วงต่อเวลาพิเศษ เบนเซม่า จะกดจุดโทษพา "ราชันชุดขาว" พลิกเอาชนะ แมนฯ ซิตี้ 3-1 รวมสองนัดคว้าชัยไปแบบเหลือเชื่อ 6-5 ตบเท้าเข้าไปชิงชนะเลิศเป็นสมัยที่ 17 เพื่อลุ้นแชมป์สมัยที่ 14 โดยจะพบกับ ลิเวอร์พูล แชมป์ 6 สมัย ในวันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคมนี้ ที่ สต๊าด เดอ ฟรองซ์ ประเทศฝรั่งเศส นับเป็นการรีแมตช์คู่ชิงฯในปี 2018 อีกครั้ง

สนาม : ซานติอาโก้ เบร์นาเบว

ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัด 2 คืนวันพุธที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา "เรือใบ" แมนฯ ซิตี้ นัดแรกซิวชัยสุดมันส์สำเร็จ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กำลังนำทีมลุ้นแชมป์สมัยแรก หวังแนวรุก "เดอ บรอยน์-โฟเด้น" ช่วยพาเข้าชิงสองปีติด บุกถิ่น "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด แชมป์ลีกสเปนทีมล่าสุด แถมแชมป์ใบนี้ 13 สมัย คาร์โล อันเชล็อตติ มั่นใจ "เบนเซม่า-วินิซิอุส" ซัดพลิกพาทะลุรอบชิงฯ

ครึ่งแรกนาทีที่ 10 ริยาด มาห์เรซ ซัดฟรีคิกระยะ 25 หลาทางขวา บอลทิศทางตรงกรอบประตู ติโบต์ กูร์กตัวส์ ปัดหลักยืนรับไม่มีปัญหา

อีกสิบนาที เควิน เดอ บรอยน์ หยอดบอลมาให้ แบร์นาร์โด้ ซิลวา วิ่งฉีก กาเซมีโร่ พร้อมตวัดยิงทางเสาขวา นายด่านเจ้าถิ่นปัดทิ้งช่วยทีมหวุดหวิด

ผ่านถึงนาที 40 กาเซมีโร่ จิ้มสกัดบอลทิ้งกลายเป็นตั้งให้ ฟิล โฟเด้น พักอกลองส่องไกลระยะ 25 หลาสวนทันที บอลมุดทำ ติโบต์ กูร์กตัวส์ รีบล้มตัวทุบทิ้งออกไป

หมดครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้ ยังคงเสมอ เรอัล มาดริด 0-0 สกอร์เกมแรก "เรือใบ" ยังนำอยู่ 4-3

ต้นครึ่งหลังนาทีที่ 46 ดานี่ การ์บาฆาล สอดมาทางขวาในเขตโทษปาดขวางมาที่ วินิซิอุส จูเนียร์ ซัดไร้ตัวประกบทว่าดันยิงออกข้างกรอบด้านซ้ายแบบไม่น่าเชื่อ

ห้านาทีต่อมา กาเบรียล เชซุส เลี้ยงหลอกล่อแนวรับราชัน ก่อนสบจังหวะยิงบอลกะยัดเสาซ้าย นายด่านเจ้าถิ่นปิดมุมดีรับสบาย

และแล้วนาทีที่ 73 อิลคาย กุนโดกัน แข้งสำรองทิ่มบอลมาพื้นที่โล่งกลางสนาม แบร์นาร์โด้ ซิลวา กระชากกินระยะมาคนเดียวไหลปั้นไปทางขวา ริยาด มาห์เรซ บรรจงปั่นบอลโค้งหนีมือ ติโบต์ กูร์กตัวส์ เสียบทางเสาแรกพา เรือใบ ออกนำ 1-0

ท้ายเกมนาทีที่ 82 เอดูอาร์โด้ กามาวินก้า ลงสำรองมาวางบอลย้อยทิ้งไปด้านขวาในเขตโทษที่ คาริม เบนเซม่า กระโดดเกี่ยวบอลโยกหนีเกมรับคู่แข่ง ซัดติดเซฟ เอแดร์ซอน โมราเอส แต่น่าเสียดายหัวหกตัวเก่งราชันล้ำหน้าไปแล้ว

สี่นาทีถัดมา ชูเอา กานเซโล่ ซัดไกลนอกกรอบบอลเหินน่าจะซุกตาข่าย ติโบต์ กูร์กตัวส์ ยังคงเหนียวหนึบปัดทิ้งทันเวลา ก่อนไม่กี่อึดใจ เรือใบ หวิดทิ้งห่าง แจ็ค กรีลิช อีกหนึ่งสำรองหลุดปาดบอลกำลังจะเลยเส้นประตุ แต่มี แฟร์กล็องด์ เมนดี้ คุมเส้นเตะทิ้ง ก่อนที่สตาร์ชาวผู้ดีได้ล็อกหลบแนวรับเจ้าบ้านยิงโดนปายเท้านายด่านราชัน

แต่ว่านาที 90 เอดูอาร์โด้ กามาวินก้า เปิดบอลโด่งให้ คาริม เบนเซม่า วิ่งดักกระโดดเกี่ยวบอลกลับมาที่ โรดริโก้ ตัดหน้าจิ้มเข้าประตูก่อน เอแดร์ซอน โมราเอส จะเข้าถึง ราชันชุดขาว ตีคืน 1-1

ก่อนที่ทดเจ็บ 90+2 ดานี่ การ์บาฆาล หาโอกาสโยนบอลทางขวา เลี้ยวข้ามหัว มาร์โก อเซนซิโอ และเป็น โรดริโก้ โขกเต็มแรงบอลลอยซุกตาข่ายแบบช็อกทัพเรือใบ ราชันแซงนำ 2-1

จบ 90 นาที สกอร์รวมสองนัดเสมอกันที่ 5-5 ต้องต่อเวลาอีก 30 นาที

ช่วงต่อเวลานาทีที่ 92 วินิซิอุส จูเนียร์ ใช้ความเร็วเลาะริมเส้นด้านซ้ายไหลมาหน้ากรอบเขตโทษ คาริม เบนเซม่า ตั้งป้อมซัดบอลเบาเข้าซอง เอแดร์ซอน โมราเอส

นาทีต่อมา ราชันชุดขาวเฮลั่น รูเบน ดิอาส ดักจิ้มบอลแต่ดันถูกขา คาริม เบนเซม่า ล้มในเขตโทษ กรรมการชาวอิตาลีไม่รอช้าชี้ฟาวล์ หัวหอกตราไก่ลุกมาสังหารเองไม่เหลือซาก เรอัล มาดริด แซงเป็น 3-1 ผลสองนัดหนีเป็น 6-5

ช่วงนาทีที่ 105+1 ชูเอา กานเซโล่ วางบอลให้ ฟิล โฟเด้น สะบัดโหม่งติดมือ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ปัดเปลี่ยนทางก่อน แฟร์นานดินโญ่ จะดอดมาแหย่โดนบอลทางเสาซ้าย

หมดครึ่งแรกช่วงต่อเวลา เรอัล มาดริด พลิกนำ แมนฯ ซิตี้ 3-1 สกอร์รวมสองนัดเป็น 6-5

ช่วงครึ่งหลังต่อเวลา เรือใบ พยายามบุกไล่เอาคืนแต่ไม่สามารถพังเกมรับ ราชันชุดขาวได้ จบเกม 120 นาที เรอัล มาดริด ชนะช่วงต่อเวลา แมนฯ ซิตี้ 3-1 สกอร์รวมเฮไป 6-5 ทะลุเข้าชิงดำชปล.กับ ลิเวอร์พูล ในวันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคมนี้ ที่ สต๊าด เดอ ฟรองซ์ ประเทศฝรั่งเศส

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

เรอัล มาดริด (4-3-3):
ติโบต์ กูร์กตัวส์,ดานี่ การ์บาฆาล,เอแดร์ มิลิเตา (เชซุส บาเยโฆ่ น.115),นาโช่ เฟอร์นันเดซ,แฟร์กล็องด์ เมนดี้,โทนี่ โครส (โรดริโก้ น.68),กาเซมีโร่ (มาร์โก อเซนซิโอ น.75),ลูก้า โมดริช (เอดูอาร์โด้ กามาวินก้า น.75),เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้,คาริม เบนเซม่า (ดานี เซบายอส น.104),วินิซิอุส จูเนียร์ (ลูคัส บาซเกซ น.115)

แมนฯ ซิตี้ (4-3-3): เอแดร์ซอน โมราเอส,ไคล์ วอล์คเกอร์ (โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ น.72),รูเบน ดิอาส,อายเมริค ลาปอร์กต์,ชูเอา กานเซโล่,แบร์นาร์โด้ ซิลวา,โรดรี้ (ราฮีม สเตอร์ลิ่ง น.99),เควิน เดอ บรอยน์ (อิลคาย กุนโดกัน น.72),ริยาด มาห์เรซ (แฟร์นานดินโญ่ น.85),กาเบรียล เชซุส (แจ็ค กรีลิช น.78),ฟิล โฟเด้น


สยามกีฬา


ข่าว แมนฯ ซิตี้

ผลจับสลากคัดเลือก EURO 2020 อังกฤษ เจองานเบา, เยอรมัน ล้างตาดัตช์
ไม่เสี่ยง!เป๊ปส่อพักอเกวโร่เกมเยือนวัตฟอร์ด
สเตอร์ลิงซัดนำซัลโว! แมนซิตี้หรูถลุงบอร์นมัธ นำฝูงหนีลิเวอร์พูล5แต้ม
วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก : แมนฯซิตี้ -vs- บอร์นมัธ
ปรีวิวแมนซิตี้ขอโกยแต้มทิ้งลิเวอร์พูล! "ซาเน่-กุน" พร้อมตะบันบอร์นมัธ
ริโอ เผย อยากเล่นให้ใครมากสุดระหว่าง มู-คล็อปป์-เป๊ป
อาซาร์ ตั้งเป้าเอาแค่ TOP 4 เพราะ เรือ เหนือกว่า สิงห์ หลายจุด
เป๊ปยกลียงหนึ่งในคู่แข่งยากที่สุดที่เคยเจอ
แมนฯซิตี้ตีตั๋วหืดบุกไล่เจ๊าลียงรั้งจ่าฝูงกลุ่มเอฟ
วิเคราะห์บอล แชมเปี้ยนส์ ลีก : ลียง -vs- แมนฯ ซิตี้
ดูทั้งหมด
© 2018-2022 Mancitythailand.com All Rights Reserved.