บทวิเคราะห์จาก Jack Coburn มองว่า ความสำเร็จของ เอ็นโซ่ มาเรสก้า กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อาจไม่ได้ถูกตัดสินจากการคิดค้นแท็กติกใหม่ๆ หรือสถิติด้านเกมรุกในช่วงแรกของการคุมทีม แต่บททดสอบที่แท้จริงของเขา คือ ความแข็งแกร่งทางจิตใจ
เพราะสิ่งที่มาเรสก้ารับช่วงต่อ ไม่ใช่เพียงตำแหน่งผู้จัดการทีม แต่คือการสานต่องานจากหนึ่งในยุคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ หลัง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ใช้เวลาเกือบ 10 ปี สร้างแมนฯ ซิตี้ให้กลายเป็นเครื่องจักรแห่งชัยชนะ พร้อมยกระดับมาตรฐานของสโมสรขึ้นไปอยู่ในจุดที่สูงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ดังนั้น ความกดดันที่หนักที่สุดของมาเรสก้าอาจไม่ได้มาจากคู่แข่งอย่าง อาร์เซนอล หรือ ลิเวอร์พูล แต่คือการถูกเปรียบเทียบกับชายที่พา เรือใบสีฟ้า คว้า 20 ถ้วยแชมป์ และสร้างอิทธิพลต่อฟุตบอลอังกฤษอย่างมหาศาล
ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมาเรสก้าในช่วงแรก อาจไม่ใช่การคว้าแชมป์ทันที แต่คือการยืนหยัดผ่านแรงกดดันในช่วง 2 ปีแรก และค่อยๆ สร้างทีมที่มีตัวตนในแบบของเขาเอง จนวันหนึ่งผู้คนเริ่มพูดถึง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ของมาเรสก้า โดยไม่ต้องมองทุกอย่างผ่านเงาของอดีต
💬 ความสำเร็จของเขาจะไม่ถูกวัดเพียงจากจำนวนถ้วยแชมป์ แต่มันคือการสร้างตัวตนของตัวเอง นี่คือบททดสอบด้านจิตใจ และชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อาจเป็นการผ่านสองปีแรกไปให้ได้ จนเงาของเป๊ปค่อยๆ จางลง... หากเงานั้นสามารถจางหายไปได้จริง นั่นอาจเป็นชัยชนะครั้งสำคัญที่สุดของเขา
บางครั้ง การรับช่วงต่อจากความล้มเหลวอาจง่ายกว่าการรับช่วงต่อจากความสมบูรณ์แบบ เพราะคู่แข่งที่ยากที่สุดของมาเรสก้า อาจไม่ใช่ทีมที่อยู่ฝั่งตรงข้ามสนาม แต่คือมาตรฐานของชายที่เคยยืนอยู่ข้างสนามก่อนหน้าเขา
(via: Jack Coburn)