
เซร์คิโอ อเกว์โร่ กดแฮตทริกเพิ่มเป็นประตูที่ 23 ในลีก ช่วยให้ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯซิตี้ บุกเอาชนะ เชลซี ถึงถิ่น 3-0 เก็บสามคะแนนเต็ม พร้อมขยับแซง อาร์เซนอล ขึ้นไปรั้ง อันดับ 3 ของตาราง แต่ลงแข่งมากกว่าหนึ่งนัด ในการแข่งขัน ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ คืนวันเสาร์ที่ 16 เมษายน ที่ผ่านมา
ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ
วันเสาร์ที่ 16 เมษายน 2559
เชลซี 0-3 แมนฯ ซิตี้
สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์
เชลซีหวนกลับมาใช้งานนายทวารติโบ กูร์ดตัวส์เป็นตัวจริงแทนอัสเมียร์ เบโกวิชหลังบุกไปแพ้สวอนซี 1-0 และมีดีเอโก้ คอสต้าพ้นโทษแบนสามเกมเบียดอเล็กซานเดร ปาโต้ไปนั่งสำรอง
ด้านแมนฯ ซิตี้ซึ่งยังไม่มีแว็งซ็องต์ ก็องปานี และราฮีม สเตอร์ลิ่งที่บาดเจ็บส่งยาย่า ตูเร่ออกสตาร์ต ขณะที่เซร์คิโอ อเกวโร่ฟิตลงสนามได้
รวมแล้วต่างก็ปรับทัพสี่รายโดยสิงห์บลูส์ใช้บริการแกรี่ เคฮิลล์กับวิลเลี่ยนเป็นตัวจริงอีกสองรายแทนแม็ตต์ เมียซก้ากับออสการ์ ส่วนเรือใบซึ่งสยบปารีส แซงต์ แชร์กแมง 1-0 ในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกรอบแปดทีมนัดสองส่งบาการี่ ซาญ่า , กาแอล กลิชี่ , ตูเร่ และซามีร์ นาสรี่ลงบู๊ก่อนหน้าปาโบล ซาบาเลต้า , อเล็กซานดร้า โคลารอฟ , แฟร์นานโด และดาบิด ซิลบาที่เจ็บข้อเท้า
ทีมเยือนได้เสียวก่อนตั้งแต่นาทีที่ 3 เมื่อเควิน เดอ บรอยน์ทะลุไปรับลูกแทงของเฆซุส นาบาสที่เส้นหลังด้านขวาแล้วปาดมาให้อเกวโร่เข้าฮอสสิบหลาติดบล็อคเคฮิลล์ออกเสาแรก
กระนั้น อีกสามนาทีต่อมาเจ้าบ้านเกือบออกนำเช่นกันจากการวางบอลยาวของเชส ฟาเบรกาสแล้วนิโกลัส โอตาเมนดี้ปล่อยบอลตกพื้น คอสต้าจึงเกี่ยวหนีกูร์กตัวส์ก่อนป้ายคืนให้เปโดรกระทุ้งจาก 18 หลา แต่กองหลังอาร์เจนไตน์แก้ตัวได้ด้วยการเตะสกัดออกจากเส้นประตู
ล่วงมาอีกสามนาที บาบ้า ราห์มานขยับขึ้นสูงแล้วแย่งบอลจากนาบาสได้แล้วไหลขึ้นทางซ้ายให้คอสต้ากระชากเข้าเขตโทษไปซัดผ่านโจ ฮาร์ทเสียบเสาไกล แต่มีธงยกออฟไซด์ขึ้นมาซะก่อน
เกมของเชลซีเริ่มน่ากลัวขึ้น และนาทีที่ 20 รูเบน ลอฟตัส ชีคก็โชว์ลีลาล็อคบอลหนีโอตาเมนดี้ก่อนเข้าสับไกในเขตโทษด้านซ้าย แต่ฮาร์ททิ้งตัวปัดหลุดเสาไกลได้ด้วยปลายนิ้ว
นาทีที่ 23 อาคันตุกะก็โต้ได้เยี่ยมโดยตูเร่ผ่านบอลจากกลางสนามให้เดอ บรอยน์ควบไปเข่นระยะ 18 หลา แต่กูรก์ตัวส์ใช้ขาสกัดออกหลังได้สำเร็จ
เกมสนุกมากขึ้นทุกที และนาทีที่ 27 เป็นเรือใบที่มีลุ้นอีกหนเมื่อนาสรี่ได้บอลแทงทะลุช่องจากอเกวโร่หลุดไปซัดระยะ 15 หลา ดีที่กูร์กตัวส์ขยับออกมาใช้ขาสกัดได้อีก
ในนาทีที่ 29 ใบเหลืองแรกก็ตกเป็นของซาบาเลต้าที่เสียบใส่ฟาเบรกาส แต่นาทีที่ 23 แมนฯ ซิตี้ได้โต้จากจังหวะเคลียร์ลูกเตะมุมโดยเดอ บรอยน์ควบบอลขึ้นทางขวาแล้วตบเข้ากลางให้อเกวโร่กระหน่ำจาก 20 หลาแฉลบจังหวะสกัดของเคฮิลล์เสียบเสาแรกพาทีมเยือนนำ 1-0
ในนาทีที่ 45 โอตาเมนดี้ก็โดนจดชื่อเมื่อทำฟาวล์คอสต้าหน้าเขตโทษด้านขวา แต่วิลเลี่ยนซัดลูกฟรีคิกระยะ 25 หลาข้ามคาน จบครึ่งแรกแมนฯ ซิตี้จึงบุกมานำ 1-0
กลับสู่ครึ่งหลังได้สองนาที นาสรี่เข้าบอลอันตรายใส่เคฮิลล์จึงรับใบเหลืองไปตามระเบียบ
อย่างไรก็ดี นาทีที่ 54 ทีมเยือนฉวยโอกาสโต้หลังตัดเกมรุกของเชลซีได้อีกหนเมื่อเดอ บรอยน์พาบอลลุยขึ้นมาจ่ายให้นาสรี่ไหลเข้าเขตโทษทางขวาอีกที เปิดทางให้อเกวโร่สับไกเพิ่มอีกเม็ดจาก 15 หลาไม่เหลือพาเรือใบหนีห่างเป็น 2-0
ถัดจากนั้น สถานการณ์ของเจ้าบ้านก็แย่ลง โดนทีมเยือนบุกใส่อย่างต่อเนื่องก่อนที่เซซาร์ อัซปิลิกวยต้าจะได้ใบเหลืองในนาทีที่ 62 ข้อหาทำแฮนด์บอล
ถัดมาอีกสามนาที ซาบาเลต้าที่มีใบเหลืองติดตัวอยู่แล้วไปขวางเปโดรล้ม แต่โชคดีรอดพ้นการได้อีกเหลืองโดยผู้ตัดสินแค่เตือน จึงทำให้แมนฯ ซิตี้รีบเปลี่ยนซาญ่าลงไปเล่นแทนทันทีในนาทีต่อมา
ถึงนาทีที่ 70 สิงห์บลูส์เปลี่ยนสองตัวสำรองโรเบิร์ต เคเนดี้กับแบร์ทร็องด์ ตราโอเร่ลงไปแทนเปโดรกับวิลเลี่ยน แต่อีกสองนาทีให้หลังจอห์น โอบี มิเกลไปหวดนาสรี่จากด้านหลังจึงโดนไข้เหลืองเล่นงาน และถึงนาทีที่ 75 กองกลางเฟรนช์แมนของทีมเยือนก็บาดเจ็บ และเดินออกไปให้ฟาเบียน เดลฟ์ลงไปบู๊แทน
ในนาทีที่ 80 อเกวโร่จ่ายบอลจากแดนกลางให้แฟร์นานดินโญ่กระชากหนีเคฮิลล์เข้าเขตโทษได้แล้วโดนกูร์กตัวส์ออกมาแหย่ขาสกัดล้มชัดเจน นายทวารเชลซีจึงได้ใบแดง และเสียลูกโทษโดยเจ้าบ้านส่งเบโกวิชลงไปเฝ้าเสาและถอดโอบี มิเกลออกก่อนที่อเกวโร่จะสังหารลูกโทษไม่พลาดเป็นแฮททริคพาเรือใบนำลิ่ว 3-0
ช่วงห้านาทีสุดท้าย แมนฯ ซิตี้เปลี่ยนอเกวโร่ออกให้เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ลงเล่นแทน จวบจนนาทีสุดท้าย คอสต้าก็หาโอกาสตะบันจากหน้าเขตโทษด้านซ้ายถูกฮาร์ทล้มตัวปัดได้ จบเกมเรือใบจึงบุกมาคว้าชัย 3-0 ขยับขึ้นอันดับสามแทนอาร์เซน่อลเป็นการชั่วคราวโดยมีแต้มมากกว่าทีมปืนโตก่อนเกมต้อนรับคริสตัล พาเลซหนึ่งแต้ม
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เชลซี : ติโบ กูร์กตัวส์ 4 - เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า 5 , บรานิสลาฟ อิวาโนวิช 6 , แกรี่ เคฮิลล์ 5 , บาบ้า ราห์มาน 5 - จอห์น โอบี มิเคล 6 (แอสเมียร์ เบโกวิช น.79) , เชส ฟาเบรกาส 7 - วิลเลี่ยน 6 (เคเนดี้ น.69) , รูเบน ลอฟตีส ชีค 6 , เปโดร โรดริเกซ 6 (เบอร์ทรานด์ ตราโอเร่ น.69) - ดิเอโก้ คอสต้า 6
สำรองไม่ได้ใช้ : ราดาเมล ฟัลเกา , อเล็กซานเดร ปาโต้ , แม็ท เมียซก้า , เนมันย่า มาติช
แมนฯ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท 7 - ปาโบล ซาบาเลต้า 6 (บาการี่ ซาญ่า น.66) , เอเลียกิม มองกาล่า 7 , นิโกลัส โอตาเมนดี้7 , อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ 6 - แฟร์นานดินโญ่ 7 , ยาย่า ตูเ ร่ 6 - ซามีร์ นาสรี่ 7 (ฟาเบียน เดล์ฟ น.74) , เฆซุส นาบา 7ส , เควิน เดอ บรอย 7 - เซร์คิโอ อเกว์โร่ 9 (เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ น.85)
สำรองไม่ได้ใช้ : วิลลี่ กาบาเยโร่ , แฟร์นานโด , วิลฟรีด โบนี่ , มาร์ติน เดมิเคลิส
ผู้ตัดสิน : ไมค์ ดีน